วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555


ทรงผมดังโงะสูตรความงามแบบธรรมชาติ "ผิวสวยอย่างประหยัด"

วันนี้เรานำเคล็ดลับสูตรความงามแบบธรรมชาติเพื่อให้ผิวพรรณของคุณผู้หญิงได้สวยอย่างประหยัดในยุคเศรษฐกิที่ต้องประหยัด ๆ แบบนี้ค่ะ ด้วย สูตรความงามแบบธรรมชาติ นี้จะช่วยให้คุณมีผิวพรรณที่สวยขึ้น ใสขึ้น นุ่มขึ้น เนียนขึ้น และดูดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ นอกจาก สูตรความงามแบบธรรมชาติ นี้จะหาวัตถุดิบได้อย่างง่ายแล้วยังราคาประหยัดอีกด้วยค่ะ ว่าแล้วอย่ารอช้าที่จะมีผิวสวยได้ดั่งใจก็มาดูเคล็ดลับ สูตรความงามแบบธรรมชาติ ไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าค่ะ




สูตรความงามแบบธรรมชาติ


สูตรความงามแบบธรรมชาติ


- สูตรความงามแบบธรรมชาติ ด้วยน้ำมะนาวช่วยให้ใบหน้าสะอาดหมดจด 

น้ำมะนาวนี่ละค่ะ นำมาผสมกับไข่ขาวสามารถทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างดี สำหรับสาวผิวมัน บีบน้ำมะนาวผสมกับไข่ขาว 1 ฟอง ตีไข่ขาวให้เป็นฟองและเทลงกระทะพร้อมน้ำมะนาวตั้งไฟอ่อน ๆ จนกระทั่งขึ้นฟูหนา ทิ้งไว้ให้เย็นนำมาทาทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 2-3 นาที และเช็ดออกด้วยสำลีชุบน้ำหมาด ๆ


- สูตรความงามแบบธรรมชาติ ด้วยใบบัวบกช่วยชะลอวัย 


ใบบัวบกที่แสนดีจะเป็นผู้ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ถ้าอยากจะยืดระยะเวลาความเต่งตึงไว้นานหน่อยไปตลาดซื้อใบบัวบกสด ๆ มาปั่นหรือตำให้ละเอียดแล้วกรองเอาแต่น้ำใช้สำลีชุบน้ำพอกหรือทาบนใบหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกทำทุกวันก่อนนอนนะคะ 


- สูตรความงามแบบธรรมชาติ ด้วยน้ำตาลขัดผิวพรรณช่วยให้ผิวสดใสเปล่งปลั่ง

เราใช้น้ำตาลทรายเม็ดใหญ่ ๆ เป็นสครับขัดผิวได้ค่ะ ด้วยน้ำตาลทราย 1 ถ้วยผสมครีมอาบน้ำในบ้านประมาณ 2 ช้อนชา นำมานวดให้ทั่วตัวบริเวณไหนแห้งมากก็นวดให้ละเอียดและนานกว่าส่วนอื่นหน่อย เช่น ข้อศอก หัวเข่า ล้างออกด้วยน้ำเย็น ผิวพรรณจะสดใสเปล่งประกาย

หรือชโลมผิวด้วยน้ำผึ้งผสมมะนาว ใช้น้ำมะนาว 1 ถ้วย ผสมกับน้ำผึ้ง 2 ถ้วย หรือประมาณเอาเองก็ได้ค่ะว่า อัตราส่วน 1 ต่อ 2 ผสมให้เข้ากันล้างเนื้อล้างตัวพอสะอาด นำน้ำผึ้งผสมมะนาวให้ทั่วเรือนร่างทิ้งไว้ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่นกับสบู่เช็ดตัวด้วยผ้าขนหนูให้แห้งทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ถ้าเป็นสาวผิวแห้งเติมน้ำในส่วนผสมเสียหน่อยค่ะ 


- สูตรความงามแบบธรรมชาติ ด้วยข้าวโอ๊ช่วยถนอมมือทำให้มือนุ่มขึ้น 
ใช้ข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับนม 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกันพอเข้ากันได้ดีแล้วนำมาทาถูมือทั้งสองข้างล้างออกแล้วทำซ้ำอีกรอบ จะช่วยให้มือทั้งขาวขึ้นและนุ่มขึ้นสำหรับคนที่กลัวแพ้ก็ทดลองใช้ทีนะนิดก่อนก็ได้ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก Momy Pedia ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

25 สูตร ความงาม จากธรรมชาติ^^


บำรุงความงาม


1. ปั่นเนื้อสับปะรดผสมกับน้ำมันมะกอก  นำมาพอกให้ทั่วมือทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก  ทำซักสัปดาห์ละครั้ง  มือคุณจะนุ่มเนียน  แล้วเล็บจะแข็งแรงไม่ฉีกง่ายอีกด้วย
2. สำหรับสาวๆ  ที่ผมมันง่าย  นำแตงกวาสดมาปั่น  แล้วนำมาหมักผมที่หมาดๆ  ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที  แล้วล้างออก  สระและบำรุงผมด้วยครีมคอนดิชันเนอร์ตามปกติ  แตงกวาจะช่วยลดความมันของเส้นผมลงได้
3. ปั่นหัวไช้เท้า ½ ลูก  เติมน้ำมะนาวเข้าไป 2 ช้อนชา  นำมาทาหน้าบางๆ  ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที  แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด  ทำเป็นประจำจะช่วยให้รอยฝ้าและกระค่อยๆ  จางลงได้
4. นำใบสะระแหน่มาปั่น  แล้วนำไปผสมกับครีมนวดที่ใช้อยู่เป็นประจำ  หมักผมทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด  จะช่วยลดรังแคได้
5.คั้นดอกชบากับน้ำอุ่นแล้วกรองเอาแต่น้ำมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ  ให้หมักผมทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด  จะช่วยให้เส้นผมเงางามเป็นประกาย
6. ผสมน้ำมะนาวกับน้ำผึ่งลงในน้ำอุ่น  แล้วนำเท้าลงไปแช่ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จะช่วยทำให้เท่านุ่มเนียนไม่แห้งตกหรือหยาบกร้าน
7. ผสมกาแฟกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ  และดินสอพอง  นำส่วนผสมที่ได้พอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาที  จะช่วยให้ผิวเนียนใสไร้ริ้วรอย
8. นำกะหล่ำปลี 1 ซีกเล็กมาปั่นผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ  แล้วเติมน้ำผึ่งเข้าไปเล็กน้อย  นำส่วนผสมที่ได้ทาหน้าทิ้งไว้ 20 นาที  แล้วล้างออกผิวหน้าของคุณจะเนียนใสไม่หมองคล้ำ
9. ล้างเปลือกกล้วยหอมให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ  นำมาปั่นผสมกับนมสด ½ ถ้วยแล้วใช้ลำลีซุบส่วนผสมที่ได้นำมาเช็ดผิวหน้าให้ทั่วทิ้งไว้ซักพักแล้วล้างออก  ผิวหน้าจะสะอาดสดใสและเนียนนุ่มขึ้น
10. นำถั่วเขียวปั่นผสมกับเปลือกส้มและโยเกิร์ตรสธรรมชาติเติมน้ำมันมะกอกเข้าไปเล็กน้อย  นำผสมผสมที่ได้พอกที่หน้าทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด  ผิวหน้าจะเนียนใสกระชับขึ้น
11. ปั่นเนื้อว่านหางจระเข้กับไข่แดงและน้ามันมะกอก  นำมาใช้หมักผมทิ้งไว้ ½ ชั่วโมง  แล้วล้างออกให้สะอาด  ผมจะนุ่มสลวยเป็นเงางาม
12. สำหรับสาวผมมันลองนำเนื้อว่านหางจระเข้มาปั่นกับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา  แล้วนำมาผสมกับแชมพู 1 ถ้วย  ใช้สระผมแล้วล้างออกให้สะอาดจะช่วยลดความมันของเส้มผมลงได้
13. นำเนื้ออะโวคาโดมาปั่นผสมกับน้ำกะทิ  แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาหนักผมแล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 -15 นาที  แล้วล้างออกให้สะอาด  จะช่วยทำให้เส้นผมนุ่มลื่นขึ้น
14. ชงชาโรสแมรี่ทิ้งไว้จนเย็นแล้วนำผสมกับแชมพูที่คุณใช้เป็นประจำ  ใช้สะผมจะช่วยลดรังแคได้  หรือจะนำชามาล้างผมในน้ำสุดท้ายก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องรังแคร์ได้เข่นกัน
15. ปั่นแตงกวาแล้วกรองเอาแต่น้ำ  นำมาผสมกับน้ำมะนาวและผงขมิ้นเล็กน้อย  นำส่วนผสมที่ได้มาทาบริเวณใต้วงแขน  ทิ้งไว้แล้วล้างออก  ทำเป็นประจำจะช่วยลดความคล้ำบริเวณใต้วงแขนได้
16. ผสมน้ำส้มสายชูประมาณ 3 ช้อนชากับแชมพูที่คุณใช้ประจำ 2 ช้อนโต๊ะให้เข้ากัน  จากนั้นนำมาสระผมแล้วล้างออก  นวดบำรุงด้วยคอนดิชั่นเนอร์ตามปกติ  จะช่วยให้เส้นผมของคุณเงางามเป็นประกาย
17. นำน้ำส้มสายชูและแอปเปิ้ลมาผสมกับน้ำอุ่น  แล้วใช้ล้างผมเป็นน้ำสุดท้ายขณะสระผม  จะช่วยทำให้เส้นผมสะอาดเงาวามและไร้รังแค
18. ทำสครับขัดผิวแบบง่ายๆ  เพียงแค่นำถั่วเขียวและมันฝรั่งต้มพอประมาณไม่ต้องให้นิ่มมาก  จากนั้นนำมาปั่นเข้าด้วยกัน  เติมน้ำมันมะกอกเข้าไป 2 ช้อนชาแล้วส่วนผสมที่ได้มาขัดผิวกายทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก  จะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชิ้นขึ้นได้
19. นำเปลือกมะพร้าวมาขัดเบาๆ  ตามสันเท้าและข้อศอกจะช่วยลดความด้านดำและความหยาบกร้านได้
20. อยากฟันขาวลองนำเล็ดขนมมาปังปิ้งมาขัดถูฟันเป็นประจำ  แล้วอย่าลืมแปลงฟันตามปกติ  เคล็ดลับนี้จะช่วยให้ฝันของคุณค่อยๆข่าวขึ้นได้
21. ชงชาดำแล้วทิ้งไว้ให้เย็น  นำมาใช้ล้างหน้าจะช่วยให้ผิวหน้าขาวใสและเนียนกระชับ
22. นำถุงชาอุ่นๆ  มาขัดถูเบาๆ  ที่บริเวณริมฝีปากจะช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วให้หลุดลอกไปได้ทำให้ริมฝีปากสะอาดและเนียนนุ่มซุ่มชื้น
23. หากคุณมีปัญหาเรื่องกลิ่นเท้ามาลองล้างเท้าด้วยน้ำชาดำแบบชงเข้มข้นจะช่วยลดกลิ่นเท้าได้
24. นำซอลมะเขือเทศมาขัดถูเท้าให้ทั่วทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที  แล้วล้างออกจะช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นเท้าที่คอยกวนใจได้
25. ชงน้ำชาดำแบบเข้มข้นแล้วทิ้งไว้จนเย็นจากนั้นนำมาล้างแชมพูออกจากเส้นผมแทนการใช้น้ำเปล่า  จะช้วยให้เส้นผมเงางามเป็นประกาย

วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

สูตรความงามจากธรรมชาติ “ช่วยผิวสวยขาวใส”


4 สูตรความงามจากธรรมชาติ

สูตร 1 องุ่น หรือกล้วยหอม

- นำองุ่นหรือกล้วยหอมที่กำลังสุกพอดี อย่าให้งอมเกินไปนัก ผสมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ นมสด น้ำผึ้ง ปั่นรวมกันจนได้เป็นครีมแล้วนำมาพอก และนวดให้ทั่วผิวกาย เน้นที่จุดแห้งกร้าน อย่างข้อศอก หัวเข่า เท้า แล้วทิ้งไว้สักประมาณ 15 นาที จึงค่อยล้างออก

สูตร 2 ฝรั่ง

- ฝรั่งเป็นผลไม้ที่ผู้หญิงในหมู่เกาะมหาสมุทรแปซิฟิกนิยมใช้เป็นเครื่องสำอาง ทาผิวหน้ามานานแล้ว เพราะฝรั่งมีโพแทสเซียม น้ำตาล และกรดอะมิโนที่สามารถดึงน้ำให้อยู่ชั้นบนของผิวหนังจึงทำให้ผิวหนังมีความ ชุ่มชื้นขึ้นและยังมีวิตามินบี 2 และบี 5 ซึ่งถือว่าเป็นวิตามินเพิ่มพลังในการซ่อมแซมและการเจริญเติบโตของเซลล์ สามารถป้องกันผิวหน้าไม่ให้ถูกทำร้ายจากอนุมูลอิสระและเพิ่มการสร้างเซลล์ ใหม่ การเตรียมสูตรบำรุงผิวจากฝรั่งให้เลือกฝรั่งสดที่ไม่สุกจนเกินไป เลือกเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อหั่นเป็นชิ้นเล็ก ใส่น้ำ และน้ำผึ้ง ปั่นรวมจนเป็นเนื้อครีม นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำทุกวันก่อนเข้านอนหน้าจะสดใสและเกลี้ยงเกลาขึ้น

สูตร 3 มะม่วง

- มะม่วงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นทำให้ผิวเรียบ ลื่น และสดชื่น ป้องกันผิวจากรอย เหี่ยวย่นและต้านอนุมูลอิสระ นำเนื้อมะม่วงสุกมายีหรือปั่นแล้วนำไปพอกให้ทั่วหน้าทิ้งไว้จนรู้สึกว่าแห้ง จึงล้างออก จะทำให้หน้าขาวและนุ่มนวลขึ้นโดยสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว

สูตร 4 สับปะรด

- สับปะรดช่วยกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วและลดการอักเสบของผิว สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินเอและวิตามินซีสูงช่วยต้านอนุมูลอิสระและมี เกลือแร่อีกหลายชนิดช่วยทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น ให้เตรียมน้ำสับปะรด น้ำผึ้ง น้ำสะอาด คนให้เข้ากันพอกให้ทั่วบริเวณใบหน้ายกเว้นปากและดวงตาทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออกจะทำให้หน้าเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น
สุดท้ายขอฝากเคล็ด ลับในการนำผลไม้มาช่วยบำรุงผิวพรรณมีหลักการง่ายๆ คือ ต้อง สะอาด ผลไม้ต้องสดใหม่มีคุณภาพดี การปั่นหรือย่อยขนาดจนละเอียดเพื่อไม่ให้ระคายเคืองต่อผิวหนังเพียงเท่านี้ ก็ทำให้ผิวคุณสวยสดใสชุ่มชื่นได้แบบง่ายๆ แล้วค่ะ

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

อาหารบํารุงเส้นผม

- ศีรษะแห้งและมีรังแค อาจเพราะขาดธาตุสังกะสีซึ่งมีมากในอาหารเช่น หอยนางรม เนื้อแดง เมล็ดฟักทอง กรดไขมันจากน้ำมันพืชทุกชนิด ปลาที่มีไขมันมาก เช่น ปลาสวาย ปลาช่อน ปลาซาร์ดีน ปลาซัลมอน และถั่วเมล็ดแห้ง

- ผมร่วง อาจเกิดจากการขาดวิตามินเอที่มีมากในข้าวกล้อง ปลาที่มีไขมันมาก 
ถั่ว ไข่ นม โยเกิร์ต - ผมกระด้าง อาจเกิดจากการขาดวิตามินบีที่มีมากในอาหาร
เช่น ไข่ ผลิตภัณฑ์จากนม

- ผมเปราะแตกหักง่าย อาจเกิดจากการขาดธาตุเหล็กซึ่งมีมากในเมล็ดงา 
ปลาซาร์ดีนปลาทูน่า เนื้อวัว ตับ แอพริคอตแห้ง 

- ผมเสียมาก อาจเกิดจากการขาดธาตุทองแดงและสังกะสี

ซึ่งทองแดงพบมากในตับวัว หอยนางรม ปลาซาร์ดีน ปู กุ้งมังกร เห็ด ถั่วลิสง ลูกพรุน ส่วนสังกะสีพบมากในหอยนางรม เนื้อซี่โครงหมู ปลาซาร์ดีน จมูกข้าวสาลี

            อาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผมโดยรวม หาได้จากไข่และผลิตภัณฑ์จากนม 
ผักใบเขียวเข้ม ฟักทอง แครอท และผักอื่น ๆ ที่อุดมด้วยเบต้าแคโรทีน ปลาที่มีไขมันมาก อาหารทะเล เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ข้าวกล้อง ถั่วเมล็ดแห้งถั่วเปลือกแข็ง ผลไม้สดทุกชนิดที่อุดมด้วยวิตามินซี และที่ขาดไม่ได้คือ การดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร ( 6-8 แก้ว ) แล้วผมคุณจะสวยจนคนตะลึง

มังคุดช่วยทำลายเซลล์มะเร็ง


มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ กับรสชาติที่หอมหวานและกลมกล่อม มังคุดยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ทั้งด้านสุขภาพและความงาม  มังคุด  ได้ถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภททั้งมังคุดอบแห้ง น้ำมังคุด ไวน์มังคุด อาหารเสริมจากมังคุด ยาสระผมมังคุด ครีมนวดผม สบู่ โลชั่น และอื่นๆอีกมากมาย โดยผลจากการศึกษาของศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย โดยการนำของ ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา, รศ.ดร.วิลาวัลย์ มหาบุษราคัม, รศ.ดร.เสาวลักษณ์ พงษ์ไพจิตร และ รศ.ดร.อำไพ ปั้นทองซึ่งทำการวิจัยเรื่องคุณประโยชน์ของมังคุดมานานกว่า 3 ทศวรรษ (สามสิบกว่าปี) ได้พบว่า มังคุดเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูงมากในเชิงสุขภาพ
โดยสามารถ ปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุล ด้วยการลดการหลั่ง Interleukin I และ Tumor Necrosis Factor ซึ่งตามหลักวิชาของศาสตร์ภูมิคุ้มกัน จะช่วยลดอาการที่เกี่ยวกับการแพ้ภูมิตนเอง และการอักเสบ พบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน, ตับเสื่อม, ไตวาย, ข้อเข่าอักเสบ, ความดันโลหิต, โรคพาร์กินสัน, ไทรอยด์เป็นพิษ, และความผิดปกติของสมอง อันเกิดจากการอักเสบ ขณะเดียวกัน มังคุดก็สามารถเพิ่มการหลั่งสาร Interleukin II ของเม็ดเลือดขาวช่วยให้ร่างกายสามารถต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย เช่น ไวรัส เชื้อรา แบคทีเรีย หรือ เซลล์มะเร็ง
ศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย ได้ร่วมวิจัยกับค่าย Henkel KGa ของประเทศเยอรมนี ค้นพบด้วยว่า สารจากมังคุดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือสาร GM-1 (แซนโทนส์ที่ดีที่สุดในมังคุด) ซึ่งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตและฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และระงับปวด โดยมีความแรงกว่ายาแอสไพรินถึง 3 เท่า จากจุดนี้เองได้มีการต่อยอดการวิจัยพัฒนาไปสู่การทำเครื่องสำอางค์ต่างๆจากสารสกัดเปลือกมังคุดเป็นครั้งแรกของโลก เพื่อช่วยเหลือคนที่มีปัญหาสิวเรื้อรัง และอาการผิวแพ้ง่าย
                      ขณะที่ในปัจจุบัน ทางคณะวิจัยดังกล่าวได้ร่วมมือกับเครือข่ายทางการแพทย์ในระดับนานาชาติ ทำการศึกษาถึงคุณประโยชน์ของการดื่มน้ำมังคุดสกัดเข้มข้น เพื่อช่วยเยียวยาอาการป่วยของผู้ป่วยมะเร็งขั้นสุดท้ายอีกด้วยค่ะ

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

ผิวขาวใสสูตรโบราณ^^

          ผิวขาวใสสูตรโบราณ ผิวหนัาและผิวหนังรอบดวงตาของ

คุณจะสดใสดูอ่อนวัยได้ไม่ยากอีกต่อไป แถมไม่ต้องเสียเวลาเสีย


เงินซื้อเครื่องบำรุงจำนวนมากๆ ด้วย 


            

        เพียงแค่นำมะขามเปียกมาผสมกับน้ำ ขยำจนได้น้ำส้มมะขาม

ข้นๆ จากนั้นเติมน้ำผึ้งลงไปสัก 1 ช้อนชา คนจนเข้ากันดี 


นำมานวดให้ทั่วใบหน้า โดยเฉพาะรอบดวงตา 


ทิ้งไว้สัก 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเดือนละ 1-2 


ครั้ง ผิวหน้าก็จะดูขาวใสนวลเนียน ดูอ่อนเยาว์ได้แล้ว

การดูแลผิวง่ายๆ ทำได้เองที่บ้าน สูตรธรรมชาติ

 เอนไซม์มะละกอช่วยผลัดผิว 
           การใช้เอนไซม์จากมะละกอช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวหน้า การพอกมะละกอบดละเอียดบนผิวหน้าในระหว่างอบไอน้ำจะช่วยทำให้หน้าขาว ใส ยิ่งขึ้น การเตรียมก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร นำมะละกอสุกมาบดละเอียด ในขณะที่เตรียมน้ำเดือดเพื่ออบไอน้ำผิวหน้า

           เมื่อน้ำพร้อมแล้ว ให้ทามะละกอสุกบนใบหน้า โดยหลีกเลี่ยงรอบดวงตา ต่อจากนั้นจึงอังหน้ากับชามอ่างภายใต้ผ้าขนหนูตามวิธีการอบไอน้ำผิวหน้าได้เลย 

          
โทนเนอร์น้ำผลไม้ 
           หลังจากล้างหน้าแล้ว ตามขั้นตอนจะต้องเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์อีกครั้งเพื่อกระชับรูขุมขน และปรับสภาพ pH ของผิวหน้า หากเบื่อใช้โทนเนอร์ที่มีขายตามท้องตลาด ผักและผลไม้นั้นมีวิตามินและเอนไซม์ซึ่งช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนเสมอกันทั่วใบหน้าและช่วยขัดผิวได้ วิธีการทำก็ไม่ได้ยากเช่นกัน ให้นำผลไม้ที่ชอบ โดยอาจเลือกจากสรรพคุณของผลไม้ นำผลไม้มาประมาณ 50 กรัมต่อครั้ง ล้าง เช็ดให้แห้ง ปอกเปลือก แล้วปั่นด้วยเครื่องปั่นหรือบดให้ละเอียด เติมน้ำกลั่นบริสุทธิ์ลงไปประมาณ 25 มิลลิตร ทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง แล้วจึงใช้ผ้าขาวบางกรองแยกกากออกไป เก็บแต่น้ำไว้ใช้ ข้อควรระวังคือ ต้องทำความสะอาดผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำโทนเนอร์น้ำผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นชาม เครื่องปั่น มีด ผ้าขาวบาง หรือแม้กระทั่งมือตัวเองให้สะอาด มิเช่นนั้นโทนเนอร์น้ำผลไม้ที่ได้ แทนที่จะช่วยทำความสะอาดผิวอาจจะทำให้ผิวเกิดความระคายเคืองเนื่องจากสิ่งสกปรกตกค้างจากภาชนะเหล่านั้น 

สรรพคุณของผลไม้แต่ละประเภท 
1. ว่านหางจระเข้ บำรุงผิว สำหรับทุกสภาพผิว 
2. แตงกวา ปรับสภาพผิว เหมาะสำหรับผิวมัน 
3. ฝรั่ง ขัดผิว มีส่วนผสมของกรด AHA 
4. ตะไคร้ ทำความสะอาดผิว สำหรับทุกสภาพผิว 
5. สับปะรด ขัดผิว มีส่วนผสมของ AHA 
6. มะขาม ขัดผิว ช่วยให้ผิวขาว เหมาะสำหรับผิวมัน 
7. ไพล และ ผงลูกจันทน์เทศ ขัดผิว 

           ส่วนผสมประกอบด้วย ไพลสด 1 ช้อนโต๊ะ และ ผงลูกจันทน์เทศ 1 ช้อนชา ตัวขัดผิวนี้มีส่วนผสมของไพล ซึ่งคนไทยถือว่าเป็นยาครอบจักรวาลสำหรับผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นและบำรุงผิว เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว เมื่อขัดเสร็จแล้วผิวจะมีกลิ่นเผ็ดร้อนนิดๆ ล้างไพลให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ปอกเปลือก ปั่นด้วยเครื่องปั่น จากนั้นเทผงลูกจันทน์เทศลงไป คลุกเคล้าจนเข้ากัน ทาลงบนใบหน้าและขัดเบาๆจนทั่วหน้า ล้างออกด้วยน้ำอุ่น 

            นำน้ำผึ้ง และ แตงกวา ขัดผิว ส่วนผสมประกอบไปด้วย น้ำผึ้ง 8 ออนซ์ น้ำมะนาวคั้น 10 หยด แตงกวา ฝานเป็นแผ่นบางๆ น้ำผึ้งทำให้ผิวนุ่มขึ้น ช่วยลดความระคายเคืองของผิว และบรรเทาอาการอักเสบ ในขณะเดียวกันน้ำมะนาวช่วยในกระบวนการผลัดผิว ล้างหน้าให้สะอาด ผสมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน ทาลงบนใบหน้าแล้วนวด 15 นาที หลังจากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดออก 

             เมื่อเสร็จขั้นตอนแรกแล้วให้วางแผ่นแตงกวาบนใบหน้าและลำคอ แตงกวาจะช่วยดูดซับสิ่งสกปรกที่ตกค้างออก ช่วยให้ผิวเย็นและตึง และเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆอีกครั้ง 


             ขมิ้นพอกผิว ส่วนผสมประกอบด้วย ขมิ้นสด 10 กรัม ถั่วเหลือง 15 กรัม ขมิ้นเป็นสมุนไพรที่คนไทยรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดีมีสรรพคุณลดอาการอักเสบและสมานผิว ส่วนถั่วเหลืองมีเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน และไฟโตเอสโตรเจน ที่ช่วยทำให้ผิวขาวและนุ่มขึ้น วิธีการเตรียม ให้นำขมิ้นมาล้างและปอกเปลือกออกปั่นให้ละเอียด หากเป็นสมัยปู่ยาตาทวดเราใช้ครกกับสากบดซึ่งกินเวลานานเกินไป ไม่ทันใจสาวสมัยใหม่ ปัจจุบันใช้เครื่องปั่นจะสะดวกกว่า เมื่อปั่นขมิ้นเสร็จแล้วให้พักไว้ นำถั่วเหลืองไปล้างโดยแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ปั่นแล้วนำมาผสมกับขมิ้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน ทาทิ้งไว้บนใบหน้าประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น 


             เป็นอย่างไรบ้างค่ะ สารอาหารธรรมชาติ ที่เรานำมาบอกกัน หาไม่ยากเลยใช่ไมค่ะ แถมมีวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยากอีกด้วย ดังนั้นสาวๆ ก็เลือกที่ให้เหมาะกับตัวเองน่ะค่ะ